facebook banner
logotype
ย้อนกลับไปเลือกรายการ

สิ่งที่คุณต้องทราบเกี่ยวกับแนวโน้ม

17:24 9 ต.ค. 2019
246
การเทรดฟอเร็กซ์

ความเข้าใจและความสามารถในหาแนวโน้มได้เป็นสิ่งแรกที่คุณจะต้องเรียนรู้เมื่อเทรดด้วยการดูกราฟ กลยุทธ์การเทรดที่ประสบความสำเร็จส่วนมากจะขึ้นอยู่กับการหาแนวโน้ม ทั้งเทรดเดอร์และ Expert Advisor มีการใช้เทคนิคนี้ในการเทรดทุกวัน

แม้ว่ากลยุทธ์ของคุณจะไม่ใช้แนวโน้มในการเทรด แต่คุณก็ควรทราบความรู้พื้นฐานเพื่อให้มีคววามเข้าใจในสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน วันนี้เราจะให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวโน้ม ซึ่งคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเทรดให้ประสบความสำเร็จได้

ประเภทหลักของแนวโน้ม

มีปัจจัยหลายอย่างในการแบ่งประเภทของแนวโน้ม เราจะมาดูที่ปัจจัยหลักสองอย่างคือ ทิศทางและเวลา

มีแนวโน้มหลักอยู่สองประเภทที่ขึ้นอยู่กับทิศทาง:

  1. ขาขึ้น หรือ bullish - จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดมีทิศทางสูงขึ้น
  2. ขาลง หรือ bearish - จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดมีทิศทางต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของแนวโน้มมักจะไม่ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา โดยส่วนมากราคาจะวิ่งอยู่ในกรอบหรือบางครั้งก็แทบจะไม่วิ่งเลย ตลาดในสภาวะนี้เรียกว่าแบนราบ และคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ก็มักจะมีสภาวะแบนราบนี้

แนวโน้มที่ขึ้นอยู่กับเวลาจะแบ่งออกเป็นสามประเภท:

  1. ระยะยาว
  2. ระยะปานกลาง
  3. ระยะสั้น

แนวโน้มที่เหมาะสมสำหรับการเทรดคือระยะยาว เนื่องจากแนวโน้มระยะสั้นมักจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้แนวโน้มยังแบ่งเป็นแนวโน้มที่แข็งแรงและอ่อนแรง โดยทั่วไปคุณสามารถดูแนวโน้มประเภทนี้ได้จากองศาที่เอียงไปจากแนวแกน X หากทำมุม 35-55 องศาแนวโน้มก็จะแข็งแรง หากทำมุมต่ำกว่า 35 องศา แนวโน้มจะอ่อนแรงและสามารถเปลี่ยนทิศทางหรือเป็นแนวราบได้ตลอดเวลา

วิธีการหาแนวโน้ม?

โดยพื้นฐาน แนวโน้มคือทิศทางหลักที่ราคาเคลื่อนที่ไปของคู่ใดคู่หนึ่ง แนวโน้มหลักโดยทั่วไปหาได้โดยดูกราฟที่ timeframe ใหญ่ขึ้น เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ หากว่าดูกราฟที่ timeframe เล็ก แนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะหาแนวโน้มหลัก

คุณสามารถหาแนวโน้มได้อย่างถูกต้องเมื่อคุณสังเกตจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดของกราฟว่ามีทิศทางสูงขึ้นหรือไม่ ถ้าในช่วงกราฟ 100-200 แท่งคุณเห็นว่าจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดมีทิศทางสูงขึ้น แนวโน้มจะเป็นขาขึ้น ถ้ามีทิศทางต่ำลงก็จะเป็นขาลง

หากคุณมองรูปกราฟด้านบนคุณจะสังเกตเห็นว่าจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดได้ขยับสูงขึ้นซึ่งหมายความว่าแนวโน้มหลักคือขาขึ้น

ไม่เสมอไปที่เราจะสามารถคาดการณ์แนวโน้มได้ง่ายเนื่องจากสภาวะตลาดมีความหลากหลาย หากคุณคิดว่ามันยากที่จะหาแนวโน้มในสภาวะตลาดปัจจุบัน ให้เปลี่ยนไปเทรดที่คู่อื่นก่อนจนกระทั่งสภาวะตลาดชัดเจนมากขึ้น

รู้ได้อย่างไรว่าแนวโน้มจะเปลี่ยน ?

มีอยู่หลายวิธีที่สามารถใช้ได้ แต่มีสองวิธีต่อไปนี้ที่เป็นวิธีพื้นฐาน:

  • การกระจุกตัวอยู่ด้านล่างหรือเหนือระดับปกติ (แนวรับ, แนวต้าน, ค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ - MA 200)
  • ความเปลี่ยนแปลงของปริมาณการเทรด - ในช่วงขาลงปริมาณในการเทรดจะลดลง ในช่วงขาขึ้นปริมาณในการเทรดจะเพิ่มขึ้น หากอัตราเหล่านี้เปลี่ยนก็หมายความว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทางในไม่ช้า

ความเข้าใจและการใช้เทคนิคที่กล่าวไว้ข้างต้นได้อย่างถูกต้องมักจะมาพร้อมกับประสบการณ์ ผู้เทรดหน้าใหม่มักจะใช้อินดิเคเตอร์ที่จะแจ้งความเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มได้โดยอัตโนมัติ

วิธีเทรดบนแนวโน้ม ?

เพื่อให้ลงลึกเกี่ยวกับการเทรดแนวโน้มอีกสักเล็กน้อย เราจะขอแยกหัวข้อออกมา แต่จากที่เรากำลังพูดกันเกี่ยวกับแนวโน้มโดยทั่วไป จึงจำเป็นมากที่จะพูดถึงวิธีทำงานโดยปกติของกลยุทธ์ดังกล่าว

องค์ประกอบสำคัญค่อนข้างเรียบง่าย:

  • ในช่วงขาขึ้น ก็เปิดออเดอร์ซื้อจากระดับแนวรับ
  • ในช่วงขาลง ก็เปิดออเดอร์ขายจากระดับแนวต้าน

การเทรดแนวโน้มไม่ใช่กลยุทธ์แบบ win-win เช่นเดียวกับกลยุทธ์อื่น ๆ ของฟอเร็กซ์ แต่จากพื้นฐานของรูปแบบนี้ก็มีกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนี้จะมีกลยุทธ์ที่เข้ากับการเทรดของคุณได้มากที่สุด

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ในโอกาสหน้าเราจะพูดถึงเทคนิคที่ใช้ในช่วงการเทรดแนวโน้ม โปรดติดตาม

หัวข้อที่ได้รับความนิยม

Stay tuned for the latest FXCL stories

แนวคิดการเทรด ผู้เริ่มต้น เทรดเดอร์มือใหม่ กลยุทธ์การเทรด ขาดทุน ข้อผิดพลาดฟอเร็กซ์ การเทรดฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์เริ่มต้น การเทรดเดโม โบรกเกอร์ การจัดการความเสี่ยง ซื้อ/ขาย bid/ask สเปรด เลเวอเรจ FXCL เมต้าเทรดเดอร์ 4 วิเคราะห์ตลาด การวิเคราะห์ทางเทคนิค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เทรด โปรแกรมเทรด นิสัยการเทรด แผนการเทรด ผู้หญิงกับฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์ผู้หญิง กำไร คู่เทรด คู่เงิน ราคา ข้อดีของฟอเร็กซ์ การลงทุน ก๊อบปี๊เทรด ข้อดีฟอเร็กซ์ เทรดสังคมออนไลน์ เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญ จิตวิทยาการเทรด เทรดเดโม การเทรดมือใหม่ จัดการกับการขาดทุน ชาร์ต ช่วงเวลา อินดิเคเตอร์ MetaTrader 4 เทรดฟอเร็กซ์ กราฟ แนวรับ แนวต้าน แนวโน้ม กลยุทธ์ในการเทรด เก็บผลไม้ที่ห้อยอยู่ต่ำกว่า stop loss การจัดการด้านความเสี่ยง ประวัติการเทรด เป้าหมายระยะยาว เปิดเทรด ปิดเทรด กราฟรายวัน เทรดเดอร์หน้าใหม่ การเทรดสวิง การเทรดภายในหนึ่งวัน การ scalping ตั้งค่าการเทรด ผู้เทรดฟอเร็กซ์ แข็งค่า อ่อนค่า MA 200 การเทรดแนวโน้ม กิจวัตรการเทรด เทรดแบบเชี่ยวชาญ EMA EA กราฟรายสัปดาห์ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ข่าวฟอเร็กซ์ จุดสูงสุด จุดต่ำสุด ปรับแต่งการเทรด
แนวคิดการเทรด ผู้เริ่มต้น เทรดเดอร์มือใหม่ กลยุทธ์การเทรด ขาดทุน ข้อผิดพลาดฟอเร็กซ์ การเทรดฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์เริ่มต้น การเทรดเดโม โบรกเกอร์ การจัดการความเสี่ยง ซื้อ/ขาย bid/ask สเปรด เลเวอเรจ FXCL เมต้าเทรดเดอร์ 4 วิเคราะห์ตลาด การวิเคราะห์ทางเทคนิค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เทรด โปรแกรมเทรด นิสัยการเทรด แผนการเทรด ผู้หญิงกับฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์ผู้หญิง กำไร คู่เทรด คู่เงิน ราคา ข้อดีของฟอเร็กซ์ การลงทุน ก๊อบปี๊เทรด ข้อดีฟอเร็กซ์ เทรดสังคมออนไลน์ เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญ จิตวิทยาการเทรด เทรดเดโม การเทรดมือใหม่ จัดการกับการขาดทุน ชาร์ต ช่วงเวลา อินดิเคเตอร์ MetaTrader 4 เทรดฟอเร็กซ์ กราฟ แนวรับ แนวต้าน แนวโน้ม กลยุทธ์ในการเทรด เก็บผลไม้ที่ห้อยอยู่ต่ำกว่า stop loss การจัดการด้านความเสี่ยง ประวัติการเทรด เป้าหมายระยะยาว เปิดเทรด ปิดเทรด กราฟรายวัน เทรดเดอร์หน้าใหม่ การเทรดสวิง การเทรดภายในหนึ่งวัน การ scalping ตั้งค่าการเทรด ผู้เทรดฟอเร็กซ์ แข็งค่า อ่อนค่า MA 200 การเทรดแนวโน้ม กิจวัตรการเทรด เทรดแบบเชี่ยวชาญ EMA EA กราฟรายสัปดาห์ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ข่าวฟอเร็กซ์ จุดสูงสุด จุดต่ำสุด ปรับแต่งการเทรด